หากใครที่เคยติดตามชมละครเวที “โหมโรง เดอะมิสิคัล” ในเวอร์ชั่นก่อนๆ แล้วเกิดความลังเลใจว่าเราควรจะดูเวอร์ชั่น ๒๕๖๘ นี้หรือไม่ คำตอบที่อยากจะแนะนำเลยก็คือควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วในปี 2558 และปี 2561 หรือคนที่ไม่เคยชมมาก็ตาม
แม้ว่าเส้นเรื่องของ “โหมโรง” ยังคงเป็น “โหมโรง” หลายๆ ตัวละครเดิมเรามีความมักคุ้นทั้งหน้าตาคนแสดงไปจนถึงบทบาทที่ได้รับ ซึ่งมีนักแสดงหลายคนที่กลับมารับบทเดียวกันตลอดการแสดงทั้ง 3 เวอร์ชั่น
ไม่ว่าจะเป็น “อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ” ในบท “นายศร” (วัยหนุ่ม), “แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ” ในบท “แม่โชติ” (วัยสาว) และที่ขาดไม่ได้คือบท “ขุนอิน” ที่ได้ “ทวีศักดิ์ อัครวงษ์” หรือ “ครูเบิ่ง กรมศิลป์” มารัวระนาดสะกดทุกสายตารวมถึงบท “ครูเทียน” ที่ได้ “รัก-สรัทธา ศรัทธาทิพย์” มาแสดงเอาไว้

แต่ความแตกต่างของงานแสดงละครเวทีเมื่อเทียบกับละครหรือภาพยนตร์ก็คือ การแสดงแต่ละรอบจะให้ความรู้สึกและอรรถรสในการรับชมที่ไม่เหมือนกัน ต่อให้คุณดูละครเวทีทุกรอบอามรมณ์ร่วมในการรับชมจากคนรอบข้างก็มีความต่างได้อย่างชัดเจน
รวมไปถึงฝีมือการแสดงของนักแสดงแต่ละคนก็มีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์การแสดงที่ผ่านมา “อาร์ม กรกันต์” จากที่มีความสามารถในการตีระนาดมาตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกในปี 2558 ในปีนี้ก็ดูเหมือนว่า “อาร์ม” จะทำได้ดีมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะฉากไฮไลท์อย่างการดวลระนาดของ “นายศร” และ “ขุนอิน” ซึ่ง “อาร์ม” ก็โชว์การตีระนาดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีสายตาผู้ชมเป็นสักขีพยานและเชื่อว่าเขาสามารถใช้ผีมือของตัวเองมาทัดเทียมกับ “ครูเบิ่ง” ในระดับอาจารย์ระนาดของวงการดนตรีไทย เพียงแค่ฉากนี้ฉากเดียวก็คุ้มค่ากับราคาบัตรเข้าชมแล้ว

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ ฉากที่ได้รับการปรับปรุงออกแแบบใหม่ และใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน จนทำให้ผู้ชมในเวอร์ชั่นก่อนๆ รู้สึกว่า “โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘” คือเวอร์ชั่นอัพเดตที่ใช้ฝีมือของนักแสดงมาผสมผสานกับเทคโนโลยีของฉากให้ดูสวยงามและสมจริงมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงคำพูดสนทนาของตัวละครที่มีการเสียดสีสังคมกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้ละครเวทีเวอร์ชั่นนี้มีสีสันและทันต่อสถานการณ์บ้านเมือง ขณะที่ดนตรีประกอบก็มีการปรับแก้ไขให้มีอรรถรสการับชม โดยเล่นกับความรู้สึกของผู้ชมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
แถมในเวอร์ชั่น ๒๕๖๘ นี้ยังได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมงานเป็นครั้งแรกมากมาย อาทิ “อาตู่-นพพล โกมารชุน”, “จ๋าย-อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี” และ “ใหม่-นัฏฐา ลอยด์” 3 นักแสดงที่ได้ชื่อว่าผ่านงานแสดงมาแล้วมากมายไม่ว่าบทไหนก็เอาอยู่ รวมถึง “นาย-มงคล สะอาดบุญญพัฒน์” ทีเปลี่ยนจากบท “ทิว” มาเป็น “เปี๊ยก” ในเวอร์ชั่นนี้ เขาก็ทำได้อย่างลงตัวโดยที่ผู้ชมไม่ติดภาพเดิมๆ อยู่ในหัว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความแตกต่างของ “โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘” เมื่อเทียบกับสองเวอร์ชั่นที่ผ่านมาเท่านั้น ตลอดการรับชมประมาณ 3 ชั่วโมง เชื่อว่าผู้ชมจะได้รับความสนุกสนาน ความบันเทิง ที่สัมผัสได้ถึงความแตกต่างซึ่งซ้อนอยู่ในแต่ละฉาก จนทำให้ละครเวทีเวอร์ชั่นนี้คือผลงานที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างยิ่งไม่ว่าคุณจะดูเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้มากี่รอบก็ตาม





