ผมยังจำความรู้สึกตื่นเต้นครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี เมื่อคุณครูบอกว่าจะพาไปทัศนะศึกษาที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม ดีใจเพราะจะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แต่พอไปถึงพิพิธภัณฑ์ความดีใจออกอาการลิงโลดของผมก็ต้องหยุดชะงักลงทันที เพราะมนต์ความขลังของหุ่นขี้ผึ้งเหล่านั้นเหมือนจริงราวกับว่าพวกเขาและท่านเหล่านั้นมีตัวตนอยู่จริง เดินชมไปขนลุกพลันไป เพราะดันนึกถึงละครที่ผมเคยดูเมื่อตอนเด็กๆ เรื่องห้องหุ่น…
ล้อรถยังไม่ทันจะหยุดหมุน แต่ผมก็เริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก่อนที่รถจะหยุดเคลื่อนไหว หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ผมมาถึง“อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม”แล้ว เมื่อมาถึงผมเข้าไปเคารพสักการะรูปหล่อพระพิฆเนศวร เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ก่อนที่จะรีบเร่งเพื่อไปเติมพลังให้กับร่างกายที่ร้านอาหารก่อน เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ที่อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นสถานที่พักใจแก่คนทั่วไป พร้อมสอดแทรกความรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้คงอยู่สืบต่อถึงชนรุ่นหลัง
สถานที่แรกที่ผมเข้าไปสัมผัสก็คืออาคารเชิดชูเกียรติ ที่อาคารแห่งนี้จะนำเสนอเรื่องราวรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสของบุคคลสำคัญ พร้อมเกียรติประวัติ ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ ครูมนตรี ตราโมท ครูดนตรีและเพลงไทยที่หาผู้ใดเปรียบเทียบได้ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ เติ้งเสี่ยวผิง และเหมาเจ๋อตุง เป็นต้น ผมเดินศึกษาประวัติบุคคลสำคัญไปเรื่อยๆ ก็พลันมองเห็นชายร่างสูงใส่แว่นสูบไปต์ สวมเสื้อเขียวสะพายย่าม ในใจก็นึกว่าที่นี้มีนักอนุรักษ์ธรรมชาติมาศึกษาข้อมูลด้วย แต่พอเดินเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นหุ่นของนักอนุรักษ์คนสำคัญของไทย สืบ นาคะเสถียร ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยเห็นหน้าของคุณสืบมาก่อน แต่ผมรู้สึกได้ว่าเหมือนมากเมื่อเปรียบเทียบกับรูปที่ติดประดับในห้อง

จากนั้นผมเดินต่อไปยังจุดที่ 2 คือ ลานพระ 3 สมัย บริเวณนี้มีอากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ มีซากอิฐหักพังราวกับว่าผมกำลังเดินทางไปกรุงเก่า ลานพระ 3 สมัย ประกอบไปด้วยพระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยา พระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสน มองดูเผินๆ พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ นั้นดูไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่เมื่อผมเดินสำรวจอย่างรอบครอบจึงรู้ว่า ศิลปะนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะการได้รับอิทธิพลจากศาสนา สังคมและวัฒนธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง
ผมยังไม่ทันจะเดินถ่ายรูปเต็มอิ่มในบริเวณนี้เลย ท้องฟ้าก็เริ่มปกคุมไปด้วยความมืดทั้งๆ ที่ตอนนี้ก็เป็นเวลากลางวัน ในใจผมคิดว่าถ้าฝนตกลงมาตอนนี้ทุกอย่างคงจบกันแน่ผมคงไม่ได้ภาพสวยๆ กลับบ้าน สายตาของผมสอดส่องเพื่อเตรียมมองหาที่หลบฝน (ทั้งๆ ที่ยังไม่ตก) ก็ไปเจอถ้ำๆ หนึ่งผมรีบวิ่งเข้าไปจึงได้รู้ว่าถ้ำนี้คือ ถ้ำชาดก เป็นการจัดแสดงแสงสีเสียงเกี่ยวกับพระชาติสุดท้ายของพระเวสสันดร เรื่องการให้ทานอย่างไม่มีเงื่อนไข ผมเดินชมไปในใจก็นึกโกรธชูชกขึ้นมาทุกคราว ยิ่งตอนที่บังคับฉุดกระชากลากดึงกัณหาและชาลี ใจผมอยากจะไปตัดเชือกแก้มัดให้สองพี่น้องคู่นี้เสียจริงๆ
เมื่อเดินชมไปเรื่อยๆ ผมก็พบกับแสงสว่าง ใช่แล้วนั้นคือทางออก แต่ก่อนที่จะออกผมก็ต้องหยุดชะงักเพราะเกิดความสงสารชูชกขึ้นมาทันทีจากที่เคยรู้สึกโกรธแค้น เพราะจุดจบของผู้ที่โลภมากกินไม่ยอมหยุดต้องมาท้องแตกตาย นี่แหละหนาที่พระท่านว่าสังขารไม่เที่ยง ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วผลกรรมจะตามมา ที่ผมนึกถึงคำพระท่านเพราะสถานที่ที่ผมจะไปต่อนั้นคือ กุฏิพระสงฆ์

ที่นี่จะจัดแสดงกุฏิสงฆ์แต่ละภาค ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งพระสงฆ์เลื่องชื่อที่ผู้คนให้ความนับถือทั่วแดนไทย ผมไม่รอช้าที่จะขึ้นไปชมแต่ละกุฏิเพื่อกราบนมัสการพระสงฆ์แต่ละรูป ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)สมเด็จพระสังฆราช หลวงปู่มั่น และพระสงฆ์รูปอื่นๆ อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะระหว่างทางที่ผ่านมานั้นผมได้เต็มพลังความสดชื่นด้วยน้ำสมุนไพรมาแล้ว
ถัดจากกุฏิพระสงฆ์ก็จะเป็นบ้านไทย 4 ภาค การจัดแสดงก็จะคล้ายๆ กับกุฏิสงฆ์ มีการัดแสดงบ้านในรูปทรงต่างๆ ของแต่ละภาค ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ บนบ้านก็จะมีหุ่นขี้ผึ้งชาวบ้านที่ดำรงวิถีชีวิตตามวัฒนธรรมของตน มาที่นี่ผมได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านไปทีเดียวถึง 4 ภาคเลย เมื่อเดินสำรวจจนเรียบร้อยแล้ว ผมก็รีบเร่งฝีเท้าเดินไปบริเวณสุดท้าย(เพราะเวลาจำกัด)ที่ ลานพระอวโลกิเตศวร เดิมเป็นงานแกะสลักไม้ตามความศรัทธาของจักรพรรดิประเทศจีน สมัยราชวงศ์ซ้อง ที่นี่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะแล้วอยากจะเก็บความทรงจำดีๆ ใส่ไว้ในกล้องของตนเอง เพราะเป็นลานกว้างบรรยากาศสวยงาม ผมไม่รอช้าที่จะเก็บภาพบริเวณนี้พร้อมกับภาพตัวเองและเพื่อนผู้ร่วมเดินทางกลับไปเป็นที่ระลึกก่อนเดินทางกลับสู่มาตุภูมิของผม

สำหรับใครที่เคยติดใจกับการชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ที่นี่ก็น่าจะเป็นอีกที่หนึ่งที่คุณจะประทับใจกับหุ่นขี้ผึ้งที่สง่างามพร้อมกับบรรยากาศอันงมงามร่มรื่นดั่งคุณกำลังเดินเล่นในอุทยาน

