ในยุคที่ซีรีส์ Boy’s Love และ Girl’s Love เข้ามามีอิทธิพลต่อกลุ่มผู้ชมคนรุ่นใหม่ แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบถึงตัวนักแสดงละครเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าตลาดของกลุ่มผู้ชมที่ใช้เงินในการจับจ่ายเกี่ยวข้องกับวงการบันเทิงได้มีการเปลี่ยนแปลง
จากกลุ่มผู้ชมรุ่นใหญ่ คนทำงานออฟฟิศ โรงงาน แรงงาน ไปจนถึงกลุ่มแม่บ้านที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้กลายเป็นกลุ่มเป้ามหมายหลักอีกต่อไป เพราะถูกแทนที่ด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่นักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน
เดิมทีการจัดงานอีเวนต์เปิดตัวสินค้า ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องใช้พระเอกหรือนางเอกใฝนการสร้างพลังทางการตลาด แต่ทุกวันนี้ได้ใช้นักแสดงซีรีส์วาย ซีรีส์ยูริ ในการจัดงาน มีการขายสินค้าในรูปแบบ Top Spenderเพื่อให้แฟนๆ ที่ทุ่มซื้อสินค้าได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมพิเศษกับนักแสดง
อีกส่วนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดก็คือ การยิงแอดโฆษณาไปได้เจาะจงไปที่ละครเท่านั้น ซึ่งปริมาณที่ลดลงไปมากนั้น งบการตลอดกลับไปทุ่มให้ซีรีส์วาย ซีรีส์ยูริมากกว่า
เมื่อหลายช่องผลิตละครน้อยลง ในขณะที่คอนเทนต์วายหรือยูริกลับมีการผลิตที่สวนทางเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อนักแสดงในวงกว้าง การใช้งานนักแสดงน้อยลง ดาราหลายคนจึงว่างงานมากขึ้น หากจะเรียกว่าปรากฏการณ์ดาราตกงานก็คงไม่แปลกเพราะหลายคนได้หายหน้าหายตาไปนานแล้ว
ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่าดาราส่วนใหญ่หลายคนหนีตายด้วยการไปประกอบอาชีพส่วนตัวกันมากขึ้น ซึ่งอาชีพยอดฮิตก็คือการทำธุรกิจอาหาร เพราะอาหารคือปัจจัย 4 ที่ทุกคนขาดไม่ได้ ทุกคนต้องกินอาหารทุกวันโดยเฉลี่ยวันละ 3 มือ ธุรกิจอาหารจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
ยิ่งเป็นร้านอาหารหรืออาหารที่มีคุณภาพ มีรสชาติดี ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ดาราเหล่านั้นจะอาศัยชื่อเสียงนำพาไปสู่ความสำเร็จ การหนีตายของคนบันเทิงในรูปแบบนี้จึงมักจะเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิง

แต่ก็มีนักแสดงบางส่วนที่ไม่ยอมหันหลังให้กับวงการบันเทิงเพราะตนเองเติบโตและคลุกคลี่อยู่ในวงการนี้มานาน จนกลายเป็นคนบันเทิงในสายเลือดไปแล้วก็หันมาจับงานเบื้องหลัง ผลิตผลงานในอีกหนึ่งรูปแบบจากเดิมที่เคยอยู่เบื้องหน้า
การทำงานตรงนี้ก็ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการต่อยอดพัฒนาฝีมือโดยยังคงอยู่ในวงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่จะเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ที่มากด้วยประสบการณ์มารับหน้าที่ผู้จัดละครหรือผู้กำกับ อาทิเช่น “แอน ทองประสม” เปิดบริษัทผลิตละครภายใต้ ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
“อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ช่วยศรีภรรยา “แดง ธัญญา” ควบคุมการผลิตซีรีส์และกำกับให้กับ โมโน รวมไปถึงพระเอกมากฝีมืออย่าง “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” ก็ผันตัวเองไปเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรก “เดอะสโตน พระแท้คนเก๊” ที่กวาดรายได้ไปกว่า 80 ล้านบาท และรอลุ้นทะยานสู่ 100 ล้านบาท
ไม่ใช่แค่คนรุ่นเก่าเท่านั้นที่หลายตายจากงานแสดงที่ลดน้อยลงเลยหันไปลุยงานเบื้องหลัง เพราะเด็กรุ่นใหม่ที่แจ้งเกิดมาจากคอนเทนต์วายก็ให้ความสนใจทำงานเบื้องหลังเช่นกัน “เซ้นต์-ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา” เปิดบริษัท ไอดอลแฟคทอรี่ จำกัด ผลิตคอนเทนต์และดูแลนักแสดง ล่าสุดก็ร่วมกับพันธมิตรจัดโปรเจกต์ใหญ่อย่าง “4 Elements บ้านวาทินวณิช” นำเสนอคอนเทนต์ยูริ 4 คู่ 4 เรื่อง
คู่จิ้นอย่าง “บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” และ “พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร” ก็ออกไปเปิดบริษัทเป็นของตัวเองในการรับงานหลังจากที่ต้นสังกัดเดิมปิดตัวลง แถมยังร่วมกับพาร์ทเนอร์ผลิตหนังเรื่องแรก “ซองแดงแต่งผี” ซึ่งเป็นหนังไทยเรื่องแรกของปี 2568 ที่กวาดรายได้ 100 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ก็ยังมีคู่รักอย่าง “เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม” และ “ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง” ที่ออกมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเองในการรับงานเช่นกัน
แม้ทางเลือกของคนบันเทิงในยุคนี้จะมีหลายช่องทาง แต่เราต้องยอมรับว่าการสร้างธุรกิจด้วยการทำงานในแวดวงบันเทิงก็ยังเป็นอันดับต้นๆ ที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นการสานต่องานที่รัก และยังคงอยู่กับแฟนคลับผู้ชมที่พร้อมจะสนับสนุนไม่ว่าจุดยืนจะเปลี่ยนจากหน้ากล้องไปหลังกล้องก็ตาม
