
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พระเอกคนหนึ่งจะได้ชื่อว่ามีความเพียบพร้อมรอบด้าน มีความสามารถด้านการแสดง ร้องเพลงเก่ง เต้นได้ แถมยังมีออร่าความเป็นซุป’ตาร์อย่างเห็นได้ชัด
“ณเดชน์ คูกิมิยะ” หรือ “แบร์รี่” พระเอกหนุ่มช่อง 3 คือคนนั้น คนที่มีความสามารถรอบด้าน สมกับที่เป็นนักเอนเตอร์เทนตัวจริง เพราะทุกผลงานที่ผ่านมาล้วนแต่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ทุกครั้ง
แม้จุดเริ่มต้นการแสดงของ “ณเดชน์” เขาจะไม่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพระเอกในละครเรื่องแรก แต่ผู้ชายคนนี้ก็ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์อย่างเห็นได้ชัด บทพระรอง “นาวา” ในละครเรื่อง “เงาแค้นลวงใจ” ทำให้แฟนๆ ได้รู้จักผู้ชายคนนี้ และหลายคนก็คาดคะเนว่าผู้ชายคนนี้จะต้องดังอย่างแน่นอน

ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น เพราะผลงานเรื่องที่สองในละครซีรีส์ชุด “4 หัวใจแห่งขุนเขา” ทาง “ณเดชน์” ได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกคลื่นลูกใหม่ของช่อง 3 เพียงแค่ผลงานชุดนี้ก็ทำให้ “ณเดชน์” มีคำว่าพระเอกนำหน้า
แค่เพียงปีเดียวพระเอกคนนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก นอกเหนือจากหน้าตาที่หล่อเหลาแล้วต้องชมเรื่องของฝีมือการแสดงที่หลายคนได้เห็นในปี 2553 ละครเรื่องแรกในบทชายขาพิการมีการส่งอารมณ์ ความดราม่าใส่อย่างเข้มข้น พอมาถึง “4 หัวใจแห่งขุนเขา” ก็ถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของ “อัคนี” ออกมาได้สมชื่อ
หลังจากนั้นก็ดูเหมือนว่าเส้นทางในวงการนี้จะไม่ใช่เรื่องยากของ “ณเดชน์” อีกต่อไป เพราะไม่ว่าเขาจะได้รับบทไหน ก็ตีบทแตกสมกับเป็นพระเอกแถวหน้าของช่อง 3

แน่นอนว่าการจะพิสูจน์ว่าตนเองสอบผ่านเรื่องงานแสดง ผลงานละครเพียงอย่างเดียวคงไม่พออ ในปี 2556 “ณเดชน์” มีโอกาสได้ชิมลางงานภาพยนตร์เรื่อง “คู่กรรม” ในบท “โกโบริ” ต้องบอกว่าผลงานเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นผลงานรีเมคฟอร์มใหญ่ แถมยังเป็นหนังเรื่องแรกของเขาอีกด้วย
แต่น่าเสียดายที่ภาพยนตร์ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ หลายคนคาดหวังว่าเบอร์ใหญ่อย่าง “ณเดชน์” น่าจะทำรายได้ถึงร้อยล้าน แม้ “คู่กรรม” จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ “ณเดชน์” ก็มีโอกาสได้กลับมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “นาคี 2” กวาดร้ายได้ทั่วประเทศไปกว่า 400 ล้าน
นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่บนจอเงินของ “ณเดชน์” และเป็นความสำเร็จของทางช่อง 3 ในการต่อยอดมาจากละครเรื่อง “นาคี” อีกหนึ่งผลงานที่เฉียดๆ เกือบ 100 ล้าน อย่าง “อ้าย..คนหล่อลวง” ก็เป็นผลงานการแสดงของ “ณเดชน์” ที่เขาได้รับคำชมเป็นอย่างมาก เขาสามารถทำให้แฟนๆ ทั่วประเทศหลงรักตัวละครโจรหนุ่มที่แสนจะกะล่อนนี่ได้อย่างไม่ยาก

จนกระทั่งมาถึงภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด” ผลงานที่ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงจนมีการสร้างภาคต่อขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ “ณเดชน์” ก็ได้รับชมในฐานะพี่ใหญ่ของบ้านไปเต็มๆ
นอกจากเรื่องงานแสดงแล้วเรื่องของการขายเสียง ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร พิสูจน์ได้จากผลงานการร้องเพลงประกอบละครที่ผ่านมาหลายเรื่อง การขึ้นเวทีคอนเสิร์ตโชว์สเต็บการเต้น จนไปถึงการทำซิงเกิ้ลเดียวครั้งแรกในชีวิตกับเพลง “ORBIT” (ออบิท) และการพากย์เสียงในภาพยนตร์เรื่อง “ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์”
ล่าสุด “ณเดชน์” ก็ได้ความสามารถทั้งสองด้านอย่างการแสดงและเสียงสื่อออกมาให้ผู้ชมได้ประทับใจไปกับผลงานละคเวที “ฟ้าจรดทราย เดอะมิวสิคัล” ละครเวทีแห่งปีที่ใครได้ชมแล้วก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ณเดชน์” สุดยอดจริงๆ

เมื่อทุกผลงานในวงการบันเทิงของ “ณเดชน์” สอบผ่าน สิ่งสำคัญที่จะพิสูจน์ความเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ดีสำหรับเขาก็คือ ออร่าของความเป็นพระเอก ตรงนี้ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่พระเอกต้องมี เพราะถ้าหากขาดไปแล้ว ความเป็นพระเอกก็จะไม่อยู่ติดตัวไปตลอดกาล
สิ่งเหล่านี้หลายคนสามารถมองเห็นได้ในตัว “ณเดชน์” ความมีเสน่ห์ ความน่ารัก และเป็นกันเอง ที่เขาส่งผ่านไปถึงแฟนคลับ ทำให้แฟนคลับหลงรัก
เมื่อสองสิ่งใหญ่ที่ซูเปอร์สตาร์ต้องมี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือและเสน่ห์ ปรากฏขึ้นที่ตัว “ณเดชน์” เขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงไทยได้อย่างไม่ยาก